เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 35 ปีของแฟรนไชส์เจ้าเม่นสายฟ้า Sonic the Hedgehog ที่ทำยอดขายรวมทั่วโลกทะลุ 1.77 พันล้านชุดไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดในงาน Tokyo Game Show 2026 ทางสื่อต่างประเทศได้มีโอกาสเข้าพูดคุยกับ Takashi Iizuka โปรดิวเซอร์ใหญ่ของซีรีส์ ถึงทิศทางอนาคตและการขยายจักรวาล Sonic ไปสู่สื่อบันเทิงอื่น ๆ
ซึ่งเมื่อถูกถามถึงประเด็นที่แฟนเกมบางส่วนกังวลว่า การที่ Sonic หันไปเอาดีด้านภาพยนตร์ฮอลลีวูดและอนิเมะบน Netflix จะทำให้ทีมงานโฟกัสการสร้างเกมน้อยลงหรือเปล่า? ทางคุณ Iizuka ได้หัวเราะพร้อมยืนยันว่า "ไม่เกี่ยวกันเลยครับ!" เพราะโปรเจกต์หนังและอนิเมะใช้ทีมงานคนละส่วน ไม่ได้ไปดึงตัวนักพัฒนาเกมมาทำแน่นอน
แถมผลลัพธ์ยังออกมาในทิศทางบวกสุด ๆ เพราะความสำเร็จของภาพยนตร์และซีรีส์บน Netflix ช่วยดึงดูดแฟน ๆ หน้าใหม่ทั่วโลกให้มารู้จัก Sonic ส่งผลให้ยอดขายเกมสูงขึ้นตามไปด้วย และเมื่อเกมขายดีขึ้น ค่ายก็มีงบประมาณ (Resources) มหาศาลกลับมาลงทุนพัฒนาเกมภาคถัดไปให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น กลายเป็นวงจรสุดสตรองนั่นเอง!

อีกหนึ่งประเด็นเด็ดที่แฟนคลับเรียกร้องมาตลอด คือการอยากเห็นเกมภาคเก่า ๆ อย่าง Sonic Unleashed หรือ Sonic and the Black Knight ถูกนำมารีเมกใหม่ ชนิดที่ทำกราฟิกใหม่ทั้งหมด ซึ่งคุณ Iizuka ได้ตอบตรง ๆ แบบไม่มีกั๊กเลยว่า "การรีเมกเกมยุคนี้ ใช้ทรัพยากรและงบประมาณแทบจะเท่ากับการสร้างเกมใหม่ 1 เกมเลยครับ"
เนื่องจากเกมยุคก่อน ไม่สามารถแค่อัปสเกลภาพเป็น 16:9 แล้ววางขายได้ แต่ต้องยกเครื่องระบบการเล่น ปรับปรุงความสมูท และทำกราฟิกใหม่หมดเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานยุคปัจจุบัน ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ทางทีมงานจึงมีความปรารถนาที่จะเอาพลังงานและงบประมาณตรงนี้ ไปทุ่มเทให้กับการสร้าง "เกมภาคใหม่" ที่พร้อมจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้เล่นมากกว่า อย่างไรก็ตาม เขาก็รับทราบถึงเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ ที่อยากเล่นเกมภาคเก่า และขอให้ทุกคนช่วยอดใจรอติดตามอนาคตกันอีกนิด
นอกจากนี้ คุณ Iizuka ยังเผยทิ้งท้ายว่า ด้วยฐานแฟนคลับที่หลากหลายขึ้นจากคนที่ตามมาจากภาพยนตร์ ทำให้ในอนาคตทางทีมงานอาจจะต้องพิจารณาทำเกม Sonic ที่เข้าถึงง่ายและครอบคลุมผู้เล่นกลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกมแอ็กชันระดับฮาร์ดคอร์เพียงอย่างเดียว!

แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com
