คำถามโลกแตกของสายยิงที่ว่า "ปรับมุมมองแบบไหนทำเวลาดีกว่ากัน?" ได้รับคำตอบทางวิทยาศาสตร์แล้ว! ทีมวิจัยจาก National Taiwan University of Science and Technology ได้เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสาร Discover Computing
โดยการสร้างเกมยิง 3D บนระบบปฏิบัติการ Android (ใช้แท็บเล็ต Xiaomi Mi Pad 5 ในการทดสอบ) แล้วแบ่งด่านออกเป็น 4 ภารกิจ (เน้นการเคลื่อนที่หาทางออก 2 ด่าน และเน้นการต่อสู้กำจัดศัตรู 2 ด่าน) จากนั้นนำผู้เล่นวัยรุ่นจำนวน 100 คน (ชาย 45 คน, หญิง 55 คน) มาวัดระยะเวลาในการทำภารกิจและจำนวนกระสุนที่ยิงออกไป

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ มุมมอง TPS ทำเวลาดีกว่า FPS ชัดเจน เมื่อวัดค่าเฉลี่ยเวลาในการจบทั้ง 4 ด่าน ผู้เล่นมุมมองบุคคลที่ 1 (FPS) ใช้เวลาเฉลี่ย 94.4 วินาที ในขณะที่ผู้เล่นมุมมองบุคคลที่ 3 (TPS) ใช้เวลาเพียง 69.5 วินาที เท่านั้น! โดยทางทีมวิจัยอธิบายว่า การมองเห็นตัวละครและบรรยากาศรอบข้างในมุมมอง TPS ช่วยให้ผู้เล่นมี "Spatial Awareness" (การรับรู้มิติสัมพันธ์ของพื้นที่) และอ่านสถานการณ์รอบตัวได้ดีกว่า ทำให้เดินทางไปถึงจุดหมายได้รวดเร็วกว่า
ส่วนในด่านที่เน้นการต่อสู้ กลุ่มเกมเมอร์ฮาร์ดคอร์ (วัดจากผู้เล่นที่เล่นเกมเกิน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์) ก็สามารถเคลียร์ศัตรูและเข้าเป้าหมายได้โดยใช้จำนวนกระสุนน้อยกว่าสายเล่นชิล (Casual) ถึง 3 เท่า! สะท้อนให้เห็นถึงความแม่นยำและการตัดสินใจในจังหวะปะทะที่เหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด

แต่ในแง่ของความรู้สึกกลับไม่พบความต่างระหว่างมุมมอง FPS หรือ TPS ทว่ามีจุดที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้หญิงที่เป็นเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์ รายงานว่ามีความรู้สึกอิน (Immersion) กับเกมสูงกว่ากลุ่มผู้ชายระดับฮาร์ดคอร์ ซึ่งนักวิจัยคาดว่าอาจเป็นเพราะตัวเกมทดลองนี้ง่ายเกินไปสำหรับผู้ชายสายฮาร์ดคอร์ จึงทำให้ความท้าทายน้อยลงจนรู้สึกอินลดลงนั่นเอง
ทั้งนี้ ทีมวิจัยชี้ว่าผลทดสอบนี้มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การทดสอบทำบนแท็บเล็ตและกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา แต่ผลลัพธ์นี้ก็สอดคล้องกับเทรนด์เกมยุคใหม่ เช่น Resident Evil: Requiem ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อต้นปี 2026 ซึ่งเปิดให้ผู้เล่นสลับมุมมองระหว่าง FPS และ TPS ได้อย่างอิสระ จนดันให้อัตราการเล่นจบเกม (Completion Rate) บน Steam สูงถึง 73% ซึ่งสูงกว่าภาค RE:4 Remake และ Village เสียอีก!

แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com
