สถานการณ์ในรั้ว Ubisoft ค่ายเกมดังสัญชาติฝรั่งเศสดูท่าจะเข้าขั้นวิกฤตจนยากจะเยียวยา เมื่อความไม่พอใจในหมู่พนักงานกำลังถึงขีดสุดหลังต้องเผชิญมรสุมข่าวร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นการปลดคนระลอกใหญ่ โปรเจกต์เกมหลายเกมถูกยกเลิก และการปิดตัวของสตูดิโอหลายแห่ง จนความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทดิ่งลงเหวแบบกู่ไม่กลับ
ล่าสุด สมาชิกสหภาพแรงงาน Solidaires Informatique ในฝรั่งเศส นำโดย Marc Rutschlé และ Chakib Mataoui ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยเรียกร้องให้ Yves Guillemot ซีอีโอคนปัจจุบัน ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยทั้งสองเปิดเผยผ่านสื่อ Game Developer ว่าบรรยากาศภายในบริษัทตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด พนักงานรู้สึกเหมือนถูกผู้บริหารหักหลัง โดยเฉพาะจากนโยบายบังคับเข้าออฟฟิศ (Return-to-Office) และมาตรการรัดเข็มขัดที่มุ่งลดต้นทุนกว่า 200 ล้านยูโร ซึ่งสร้างความไม่พอใจไปทั่วทั้งองค์กร

Marc Rutschlé กล่าวถึงซีอีโออย่างดุเดือดว่า "ผมไม่คาดหวังอะไรจากผู้ชายคนนี้อีกแล้ว... ผมคิดว่าระดับความเกลียดชังที่ผู้คนมีต่อเขามันมากเสียจนเขาควรจะไปได้แล้ว เพื่อที่เราจะได้เริ่มสร้างความเชื่อใจกันใหม่สักที"
แม้พวกเขาจะยอมรับว่า Yves อาจไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดเพียงลำพัง แต่ในฐานะเจ้าของบริษัทและผู้นำสูงสุด เขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบ เพราะว่า "ท้ายที่สุดแล้ว ยังไง Ubisoft ก็คือบริษัทของเขา" และตราบใดที่เขายังนั่งเก้าอี้นี้ พนักงานก็มองไม่เห็นทางสว่างเลย ว่าจะกลับมาศรัทธาในบริษัทนี้ได้อีกอย่างไร


นอกเหนือจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง "ระบบอุปถัมภ์" (Nepotism) เข้ามาเติมเชื้อไฟอีก เพราะมีการตั้งข้อสังเกตถึง Vantage Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอใหม่ภายใต้ร่มเงา Tencent แต่กลับแต่งตั้งให้ลูกชายของ Yves อย่าง Charlie Guillemot นั่งแท่นผู้นำ ดูแลแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Assassin's Creed, Rainbow Six และ Far Cry แม้ว่าเขาไม่เคยมีผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อน อีกทั้งพนักงานยังมองด้วยว่าการขาดความหลากหลายในองค์กร จะยิ่งทำลายความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกด้วย
เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของค่ายเกมยักษ์ใหญ่เจ้านี้ และหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับหัวเรือใหญ่ ก็ยากที่จะเห็น Ubisoft กลับมายืนผงาดและชนะใจเหล่าพนักงานหรือแม้แต่เกมเมอร์กลับคืนมาได้ในเร็ววัน
แปลและเรียบเรียงจาก
Tech4Gamers
