แฟน ๆ เกมฝั่งคอนโซลอาจสังเกตเห็นกันมานานแล้วว่า เกมสไตล์อนิเมะบน Xbox นั้นมีให้เลือกเล่นค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับฝั่ง PlayStation, Nintendo หรือแม้แต่ PC ที่เต็มไปด้วยเกมแนววิชวลโนเวล เกมจีบสาว และเกมสไตล์ญี่ปุ่นมากมาย ซึ่งล่าสุดมีข่าวลือหนาหูหลุดออกมาว่า สาเหตุที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากนโยบายระดับองค์กร แต่มาจากฝีมือของ "คนเพียงคนเดียว" ในฝั่ง Xbox
เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย Jez Corden นักข่าวสายเกมที่มีข้อมูลวงในของ Microsoft และ Xbox มาอัปเดตอยู่เสมอ โดยเขาได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในวงการและแหล่งข่าวหลายรายจนพบว่า ทฤษฎีที่แฟนเกมสไตล์ญี่ปุ่นเคยตั้งข้อสงสัยว่า Microsoft อาจจงใจสกัดกั้นไม่ให้เกมอนิเมะบางเกมมาลงแพลตฟอร์มของตนนั้น อาจมีมูลความจริงแฝงอยู่ และเหตุผลเบื้องหลังก็ไม่ได้ซับซ้อน นั่นคือมีพนักงานคนหนึ่งใน Xbox ที่ "เกลียดเกมสไตล์อนิเมะเข้าไส้" คอยใช้อำนาจปัดตกเกมเหล่านี้มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม Corden กล่าวย้ำว่า ข้อมูลนี้ยังคงเป็นเพียงข่าวลือในอุตสาหกรรมเกมเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจาก Xbox มีการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารระดับสูง สถานการณ์ก็ดูเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น (ทั้งนี้ Corden เสริมในภายหลังว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงนั้นไม่ใช่ Phil Harrison)


เกม Gal*Gun Returns หนึ่งในเกมที่ต้องยกเลิกวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Xbox One อย่างเป็นปริศนา ทั้ง ๆ ที่ตัวเกมภาคต้นฉบับเคยลงให้กับ Xbox 360 มาก่อน
เดิมที เกมสไตล์อนิเมะบางเกมมักเจอปัญหาในการขออนุมัติลงแพลตฟอร์ม จนทั้งนักพัฒนาและแฟนเกมเริ่มจับสังเกตถึงความผิดปกติเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น นำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องนโยบายกีดกันภายในและการชี้เป้าไปที่บุคคลลึกลับคนดังกล่าว ทว่าหลังจากเปลี่ยนทีมบริหาร เกมที่เคยถูกปัดตกก็เริ่มได้รับการอนุมัติให้ลง Xbox ได้แล้ว ซึ่งหลายคนในวงการเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ว่าเป็นการ "ใช้อำนาจตามอำเภอใจของคน ๆ เดียว" (One-man power trip)
สาเหตุที่สถานการณ์นี้เป็นที่น่าจับตามอง เพราะในปัจจุบันตลาดเกมสไตล์อนิเมะอย่าง Visual Novel, เกมจีบสาว หรือ JRPG นั้นมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มเล็ก ๆ อีกต่อไป การนำเกมไปลงแพลตฟอร์มใหม่ย่อมหมายถึงการเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นที่กว้างขึ้น การที่เกมหนึ่งเกมได้ลงหลายแพลตฟอร์มแต่กลับต้องเว้นว่าง Xbox ไป จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เป็นเพราะนักพัฒนาไม่ต้องการลงทุนพอร์ตเกมลงเครื่องนี้เอง หรือเป็นเพราะส่งเรื่องไปแล้วแต่ไม่ผ่านการอนุมัติกันแน่ ซึ่งหากข่าวลือเรื่องการกีดกันนี้เป็นจริง ก็ย่อมนำไปสู่การตั้งคำถามถึงเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติเกมของแพลตฟอร์มในยุคก่อนหน้านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายแล้ว แม้ประเด็นเรื่องอดีตพนักงานผู้ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับเกมอนิเมะจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ความเคลื่อนไหวที่ Jez Corden รายงานออกมาก็ถือเป็นสัญญาณบวกที่บ่งบอกได้ว่า เหตุใดช่วงหลังมานี้เราจึงเริ่มเห็นเกมสไตล์ญี่ปุ่นปรากฏบนแพลตฟอร์ม Xbox มากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยให้แฟน ๆ สายอนิเมะบนแพลตฟอร์มนี้ใจชื้นและมีตัวเลือกเกมให้เล่นหลากหลายขึ้นในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิงจาก
Você Sabia Anime
X
