ใครจะไปเชื่อว่าเกมจีบหนุ่ม (Otome Game) จะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ทำรายได้ถล่มทลายขนาดนี้! ล่าสุดในงาน GDC (Game Developers Conference) คุณ Lizi โปรดิวเซอร์ตัวแม่จาก Infold Games ได้ออกมาแชร์เรื่องราวการเดินทางตลอด 6 ปีของ Love and Deepspace ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ถึงขั้นที่ว่าปีก่อนเกมเปิด สตาฟฟ์ทั้งทีมขอพรปีใหม่แค่ว่า "ขอให้ทุกคนยังมีชีวิตรอดก็พอ" อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เกมที่เคยโดนแอนตี้อย่างหนักในช่วงแรก กลายเป็นเกมรักสุดพรีเมียมที่ครองใจสาว ๆ ทั่วโลกได้ขนาดนี้กันนะ?
ปัจจุบัน Love and Deepspace เปิดตัวมาได้ 2 ปีแล้ว โดยมีฐานผู้เล่นทั่วโลกกว่า 80 ล้านคน และทำรายได้พุ่งทะยานเข้าใกล้ 1 พันล้านดอลลาร์เข้าไปทุกที! ซึ่งคุณ Lizi เล่าว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ทีมงานต้องผ่านช่วงเวลาที่สับสนและโดนปรามาสจากโลกภายนอกมาเยอะมาก แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขายังยืนหยัดอยู่ได้คือ "ความรักในเกมแนว Otome" และความเชื่อที่ว่า "ความรัก" ในเกมควรจะสดใหม่และจับต้องได้มากกว่าที่เคยเป็นมา

และหนึ่งในสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือระบบการต่อสู้แบบ Real-time ในตอนแรกที่เปิดตัวปี 2020 แฟนเกมจีบหนุ่มส่วนใหญ่ต่อต้านหนักมาก ถึงขั้นตั้งคำถามว่า "นี่เกมรักนะ ทำไมต้องมาสู้กับสัตว์ประหลาดด้วย?" แต่คุณ Lizi เชื่อว่าการได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคนที่รัก คือรูปแบบหนึ่งของความโรแมนติกขั้นสุด เพราะมันทำให้เกิดความเชื่อใจและความผูกพันที่หาไม่ได้จากแค่การนั่งคุยกันเฉย ๆ
ซึ่งการจะทำให้ผู้เล่นยอมรับเรื่องนี้ ทีมงานถึงกับต้องทำการบ้านหนัก ๆ ด้วยการทุ่มทุนสร้างโมเดลตัวละครเพื่อให้หนุ่ม ๆ ดูดีที่สุดบนหน้าจอมือถือ และในด้านความสัมพันธ์ก็จะค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ผ่านเนื้อเรื่อง จนถึงจุดที่เหมาะสมถึงจะปลดล็อกท่าทางการต่อสู้ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น พร้อมกับการยอมเสี่ยงเปลี่ยนจากโหมดแนวตั้งที่เน้นความใกล้ชิด มาเป็นแนวนอนตอนสู้เพื่อให้บังคับถนัดมือ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้เล่นชื่นชอบ

และนอกจากเรื่องการต่อสู้แล้ว ทีมงานยังใส่รายละเอียดในชีวิตประจำวันแบบจัดเต็ม ทั้งระบบสมุดบันทึก การเตือนตารางงาน ไปจนถึง "ระบบบันทึกรอบเดือน" เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่าหนุ่ม ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตจริง ๆ แม้แต่การไปเดทอย่างการคีบตุ๊กตา ทีมงานยังออกแบบนิสัยตัวละครให้ต่างกันด้วย เช่น Xavier จะเน้นชิลล์ ๆ Zayne จะนิ่งแม่นยำ หรือ Rafayel ที่ชอบเป็นฝ่ายรุก
จากเรื่องราวที่ทีมงานเผชิญมานั้น จะเห็นได้เลยว่าความสำเร็จของ Love and Deepspace ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของเกมแนว Otome ของทีม Infold Games ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ความรัก" ไม่จำเป็นต้องเป็นการถูกปกป้องฝ่ายเดียว แต่คือการได้เติบโตและต่อสู้เคียงข้างกันไปในทุก ๆ วัน ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์รักที่มากกว่าแค่ปลายนิ้วสัมผัส และอยากเห็นว่าทำไมเกมนี้ถึงครองใจสาว ๆ จนทำรายได้หลักพันล้าน บอกเลยว่าต้องลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองดูสักครั้งแล้วล่ะ!

แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com
