เกมเมอร์รวมตัวฟ้อง Nintendo ลั่นปู่ขึ้นราคาเพราะภาษี แต่พอได้เงินคืนทำไมเงียบ?

Online Station
2 วันที่แล้ว9

งานเข้าปู่นินเต็มๆ! เมื่อเหล่าเกมเมอร์รวมตัวฟ้องร้อง Nintendo ครั้งใหญ่ หลังจากพบพิรุธว่าบริษัทกำลังจะได้รับ "เงินคืนภาษี" มหาศาลจากรัฐบาลสหรัฐฯ แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะคืนเงินส่วนต่างนั้นให้กับลูกค้าที่ยอมซื้อเครื่องเกมราคาแพงในช่วงที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่คนตั้งคำถามว่า นี่คือการฉวยโอกาสเก็บเงินสองเด้งจากทั้งลูกค้าและรัฐบาลหรือเปล่า?

เรื่องของเรื่องคือในช่วงปีที่ผ่านมา สินค้าของ Nintendo หลายอย่างรวมถึงเครื่องเกมต้องปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้ชี้แจงว่าเป็นผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าสุดโหดของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตกไปอยู่ที่เกมเมอร์ที่ต้องยอมควักเงินจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้เครื่องเกมมาครอบครอง

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินออกมาว่าการเก็บภาษีดังกล่าวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่งผลให้รัฐบาลต้องเตรียมคืนเงินภาษีมหาศาลให้กับบริษัทต่าง ๆ รวมถึง Nintendo ด้วย ทำให้ผู้ใช้ Nintendo สองรายทำการยื่นฟ้องโดยมองว่านี่คือการเอาเปรียบผู้บริโภค 

Nintendo

เนื่องจาก Nintendo ไม่ได้ขาดทุนหรือแบกรับภาระภาษีนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับใช้วิธีผลักภาระมาให้ลูกค้าเป็นคนจ่ายแทนผ่านการขึ้นราคาสินค้าไปแล้ว ดังนั้นหาก Nintendo รับเงินคืนจากรัฐบาลไปเก็บไว้เองคนเดียว ก็เท่ากับว่าบริษัทกำลังได้กำไรสองต่อ ทั้งจากเงินที่เก็บเกินไปจากลูกค้าและเงินที่ได้คืนจากรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

โดยทางฝั่งทนายของทั้ง 2 คนระบุว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ทำเพื่อบีบให้ปู่นินออกมาแสดงความรับผิดชอบและคืนเงินส่วนต่างนั้นให้กับลูกค้าที่จ่ายไปจริง ๆ เพราะจนถึงตอนนี้ทางบริษัทก็ยังนิ่งเฉยและไม่มีท่าทีว่าจะส่งต่อเงินทอนก้อนนี้คืนสู่มือประชาชนเลยแม้แต่น้อย คดีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากว่าสุดท้ายแล้ว Nintendo จะยอมคืนเงินให้ลูกค้า หรือจะเลือกเนียนเงียบกริบกันนะ

คดีนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของ Nintendo เลยว่าเลือกจะรักษา "ผลกำไร" หรือ "ศรัทธา" ของแฟน ๆ เพราะหากศาลตัดสินให้กลุ่มผู้บริโภคชนะ คดีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บีบให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อื่น ๆ ต้องคืนเงินที่เคยผลักภาระภาษีมาให้เราจ่ายแทนเช่นกัน บทสรุปสุดท้ายจะเป็นเช่นไรรอติดตามกันไว้ได้เลย!?

Nintendo

แปลและเรียบเรียงจาก : kotaku.com