ผลวิจัยเผย การเล่นเกมช่วยพัฒนาด้านสมอง แต่ต้องขึ้นกับแนวเกมและปริมาณการเล่นด้วย

Online Station
3 เดือนที่แล้ว12

เป็นที่ทราบกันดีว่าวิดีโอเกมนั้นสามารถพัฒนาทักษะการรับรู้ของมนุษย์ได้ และช่วยลดโอกาสการเสื่อมของสมองด้วยเช่นกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วประโยชน์ที่เราจะได้รับมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการเล่นด้วยครับ โดยคุณ Aaron Seitz ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา และผู้อำนวยการศูนย์ Brain Game Center for Mental Fitness และ Well-being จากมหาวิทยาลัยนอร์ธอิสเทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่าการเล่นวิดีโอเกมทำให้ผู้คนได้ฝึกฝนทักษะที่ซับซ้อนในสภาพแวดล้อมแบบจำลอง ซึ่งมีความแตกต่างจากเกมฝึกสมองทั่วไปที่มักถูกออกแบบมาให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน คุณ C. Shawn Green ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ก็กล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า เกมฝึกสมองหรือกิจกรรมฝึกทักษะส่วนใหญ่มักจะช่วยพัฒนาเพียงทักษะเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฝึกเท่านั้น

Brain

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Neurolmage เมื่อปี 2024 ระบุว่านักวิจัยนำกลุ่มตัวอย่างจำนวน 31 คนมาเล่นเกม StarCraft II มาเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เล่นเกมดังกล่าว ปรากฏว่าคนที่เล่นเกม StarCraft II มีทักษะการประมวลผลของสมองที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่นเดียวกับบทความงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงหนังสือ Nature Communications พบว่าคนที่มีทักษะในการเล่นวิดีโอเกมจนเชี่ยวชาญจะมีผลชะลอวัยสมองได้ โดยสมองของผู้เล่นที่มีประสบการณ์การเล่นเกมสูงจะดูอ่อนวัยลงราว 4 ปีเลยทีเดียว ประมาณว่ายิ่งเล่นเกมเก่ง ก็ยิ่งมีโอกาสที่การทำงานของสมองสดกว่า หรือประมวลผลดีกว่านั่นเอง

นอกจากนั้นแล้ว ในงานวิจัยเดียวกันยังระบุเพิ่มเติมว่า พอพวกเขาลองให้อาสาสมัครที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนเลยจำนวน 24 คน มาลองเล่น StarCraft II เป็นเวลา 30 ชั่วโมงภายในรอบ 3-4 สัปดาห์ดู ปรากฏว่าอายุสมองของคนเหล่านั้นได้ชะลอลง แถมชะลอลงมากกว่าคนที่เล่นเกม Hearthstone ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและกฎตายตัวเสียอีก

Brain

ส่วนทางด้านเกมแอ๊กชั่น โดยเฉพาะเกมสไตล์ชู้ตติ้งมุมมองบุคคลที่ 1 และ 3 ซึ่งบังคับให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจในช่วงระยะเวลาไม่กี่อึดใจ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดูวุ่นวาย พบว่าการฝึกให้คนเล่นเกมแนวนี้มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดี และมีรายงานว่าผู้เล่นเกมแนวแอ๊กชั่นเป็นหลักจะมีขอบเขตการมองเห็นที่ดีกว่า ควบคุมความสนใจทางสายตาได้ดีกว่า และการใส่ใจที่ดีขึ้นอาจช่วยให้เกิดความต้องการที่จะเรียนรู้ของแต่ละคนดีขึ้นตามไปด้วย แถมพอนำคนที่ไม่เล่นเกมจำนวน 52 คน มาแบ่งให้เล่นเกมแนวแอ๊กชั่นครึ่งหนึ่ง และเล่นเกมแนววางแผนอีกครึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 45 ชั่วโมงภายในกรอบเวลา 3 เดือน ก็พบว่าคนที่เล่นเกมแอ๊กชั่นมีทักษะในการโฟกัสสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วกกว่า จนได้ข้อสรุปคร่าว ๆ ว่า เพราะเกมแอ๊กชั่นช่วยให้เราใส่ใจได้ถูกที่ถูกเวลา กรองข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไป และดึงข้อมูลออกมาประมวลได้มากขึ้นในแต่ละครั้ง ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เร็วขึ้น

แต่ถึงกระนั้น ปริมาณการเล่นที่เหมาะสมก็มีส่วนในการพัฒนาของสมองครับ โดยหากเป็นเกมแอ๊กชั่น ควรเล่นครั้งละไม่เกิน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จะช่วยให้ทักษะถูกขัดเกลาได้ในระดับที่ควรจะเป็น

แปลและเรียบเรียงจาก

https://www.washingtonpost.com/wellness/2025/12/21/video-games-brain-cognition-boost/