ชะอ้าว! Warcraft 3: Reforged อัปแพตช์ 3.0 ตัดโหมด LAN ทิ้ง แถมบังคับออนไลน์แม้เล่นคนเดียว

Online Station
4 วันที่แล้ว2

แม้ว่า Warcraft 3: Reforged จะปล่อยแพตช์ใหญ่ 3.0 แก้บั๊กและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ พร้อมเนื้อหาเสริม Forsaken Kingdom ซึ่งเป็นเนื้อหาใหม่ในรอบ 20 กว่าปี แต่ดูเหมือนว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นจะไม่ได้มีแต่เรื่องดี ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะยังมีความเปลี่ยนแปลงที่ขัดใจผู้เล่นแบบสุด ๆ นั่นคือการบังคับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาแม้จะเล่นโหมด Single Player และที่หนักสุดคือการตัดฟังก์ชันเล่นผ่าน LAN ทิ้งไป ซึ่งทาง Blizzard ไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ในบันทึกการอัปเดตแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทาง Blizzard ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ระบบ LAN และการเล่นแบบออฟไลน์จะยังคงมีให้ใช้งานในตัวเกมเวอร์ชันดั้งเดิม (Legacy Client) ที่แถมมากับ Reforged โดยสามารถเข้าไปดูวิธีติดตั้งได้ที่หน้า Support ของ Battle.net

การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความหงุดหงิดให้แฟนเกมไม่น้อย เพราะ Reforged เป็นภาคที่เจอคำวิจารณ์หนักมาตั้งแต่ต้น การมีอัปเดตใหญ่ที่มาพร้อมกับเนื้อหาเสริมแบบจัดเต็มนี้จึงเป็นโอกาสทองในการกอบกู้ศรัทธา แต่การบังคับให้ต่อออนไลน์ตลอดเวลาแม้จะเล่นคนเดียวก็เป็นสิ่งที่หลายคนไม่ปลื้ม เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ได้เสถียรตลอดเวลา หากสัญญาณขาดหายหรือหลุดจากเซิร์ฟเวอร์ ก็อาจทำให้ต้องเล่นภารกิจที่กินเวลายาวนานใหม่อีกรอบตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ การตัดโหมด LAN ยิ่งดูขัดใจผู้เล่นเข้าไปใหญ่ เพราะการจัด LAN Party และการแข่งขันถือเป็นเอกลักษณ์และมรดกตกทอดของซีรีส์ Warcraft มาอย่างยาวนาน การตัดฟีเจอร์ดังกล่าวออกแล้วบอกให้ผู้เล่นกลับไปเล่นเวอร์ชันเก่าแทนหากอยากได้ฟีเจอร์เหล่านี้คืนมา จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

แม้แพตช์ 3.0 จะมีการปรับปรุงในหลาย ๆ ด้านเพื่อยกระดับตัวเกมให้ดีขึ้น แต่การหั่นระบบ LAN ทิ้ง และยัดระบบบังคับต่อออนไลน์ตลอดเวลาเข้ามาแทนที่ ก็ทำให้ก้าวสำคัญในการกู้ชื่อเสียงของตัวเกมต้องมาสะดุดลงกลางคันอย่างน่าเสียดาย

แปลและเรียบเรียงจาก
PC Gamer