มีเรื่องราวสุดปั่นเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Steam เมื่อ Michael Major นักพัฒนาเกมสมัครเล่นวัย 18 ปีจากรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ได้ปล่อยเกมที่มีชื่อตรงตัวเป๊ะว่า "This Game Costs $200" (ราคาประมาณ 7,000 บาท แต่ขายโซนไทยจริง ๆ 3,600 บาท) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาคต่อจากเกมล้อเลียนก่อนหน้านี้อย่าง "This Game Costs $10" (เทียบประมาณ 220 บาท โซนไทย 220 บาท) ซึ่งเป็นการตั้งราคาเกมไว้ในระดับสูงสุดเท่าที่ Steam จะอนุญาต ซึ่งเขาก็กะเอาฮาและไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครยอมจ่ายเงินซื้อเกมแบบนี้ไปจริงๆ

แต่ผลลัพธ์กลับทำเอาเจ้าตัวอึ้งไปเลย! เพราะมีเกมเมอร์ใจถึงกดซื้อเกมนี้ไปมากถึง 6,717 คน แต่ในบรรดาผู้ซื้อ กลับมีถึง 6,707 ที่กดทำเรื่องขอคืนเงินในเวลาต่อมา ถือเป็น 99.9% ของผู้ซื้อเกมทั้งหมดเลยทีเดียว แม้ตัวเลขรายได้รวมตลอดอายุของเกมจะพุ่งไปถึง 1.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 48.3 ล้านบาท) แต่สุดท้ายแล้วจำนวนเงินที่เขาได้รับจริง ๆ กลับเหลือเพียงแค่ 2,045 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 71,575 บาท) เท่านั้น ทำเอาหนุ่มน้อยถึงกับเอ่ยปากว่าเขาแทบจะหัวใจวายตอนเห็นตัวเลข
ที่น่าสนใจคือยอดสั่งซื้อส่วนใหญ่นั้นมาจากประเทศจีน ซึ่งทำให้ Michael ตั้งทฤษฎีสมคบคิดในหัวมากมาย ว่าเกมอาจถูกใช้เป็น "เครื่องมือในการฟอกเงิน" หรือแม้กระทั่ง "สื่อกลางในการจ้างวานฆ่า" โดยอาศัยช่องโหว่จากนโยบายการคืนเงินภายในสองชั่วโมงของ Steam ทำให้กระบวนการซื้อแล้วกดคืนเงินแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เกิดขึ้นเลย และจนถึงตอนนี้ทาง Valve ก็ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นว่ามีเบื้องหลังที่น่าสงสัยอะไรซ่อนอยู่ในปรากฏการณ์ยอดขายพุ่งปรี๊ดครั้งนี้หรือไม่

สำหรับหน้าเพจร้านค้าบน Steam ของเกมนี้ถูกโปรโมตด้วยประโยคสุดกาวว่า "เป็นเกมที่จะเป็นจุดจบของการหลอกลวงทั้งปวง" โดยมีจุดเด่นคือเบียร์ บุหรี่ และเมืองสมมติที่ชื่อว่า Schizopia และผู้สร้างยืนยันว่านี่ไม่ใช่เกมตลก แต่เป็นผลงานที่เกิดจากหยาดเหงื่อและแรงใจอย่างแท้จริง (?!)
นอกจากนี้ในบรรดาผู้ที่ซื้อไป ยังอุตส่าห์มีคนหนึ่งเข้ามาเขียนรีวิวแง่บวกเพียงคนเดียว หลังจากที่ใช้เวลาเล่นไปแค่หกนาทีและกดขอรีฟันด์ไปแล้ว ซึ่งชาวเน็ตรายนั้นบอกว่า "การเสียเงินเกือบหมื่นเพื่อเกมนี้ก็ยังไม่ใช่การซื้อที่แย่ที่สุดในชีวิต เมื่อเทียบกับตอนที่เขาเคยกินแซนด์วิชเปียกน้ำชักโครก" และแนะนำด้วยว่ารอให้เกมลดราคาซัก 98-99% ก่อนค่อยซื้อจะดีกว่า! (ทั้งนี้หากดูจากสเปกคอมพิวเตอร์ของผู้รีวิวแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะมีเงินเหลือ ๆ มากดซื้อเกมโจ๊กราคาสุดเพดานแบบนี้ไปเล่นได้!)

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องแปลกที่เรามักพบเจอได้บน Steam เมื่อนักพัฒนาลองตั้งราคาเกมให้แพงหลุดโลกเพียงเพื่อจะดูว่าจะมีใครหลงกลมากดซื้อบ้าง แม้สุดท้ายรายได้มหาศาลจะกลายเป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่ง แต่ประสบการณ์สุดเหวอครั้งนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องราวที่พ่อหนุ่มคนนี้ไม่น่าจะลืมไปตลอดชีวิตเลยก็ได้!
แปลและเรียบเรียงจาก
Dexerto
