จากการให้สัมภาษณ์ของคุณ Kris Roberts อดีตทีมงานของ Rockstar San Diego ผู้สร้างซีรีส์ Midnight Club ทำให้เราทราบว่า สาเหตุที่เราไม่ได้เห็นภาคต่อของซีรีส์นี้อีกเลยนับตั้งแต่ภาค 4 อย่าง Midnight Club: Los Angeles ก็เป็นเพราะว่าซีรีส์นี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่า GTA หรือแม้แต่ซีรีส์ที่รองลงมาของค่ายอย่าง Red Dead Redemption นั่นเอง
คุณ Roberts เล่าว่า Midnight Club เป็นซีรีส์เกมแข่งรถที่สามารถดึงดูดผู้เล่นได้ดีกว่าเกมคู่แข่งในเวลานั้นอย่าง Need for Speed หรือ Burnout ด้วยซ้ำ แต่ในสายตาของ Rockstar Games สำนักงานใหญ่แล้ว Midnight Club ไม่เคยดีพอเลย จนนำมาซึ่งการสั่งยกเลิกการพัฒนาเกมภาคที่ 5 ของซีรีส์ เพื่อกระจายพนักงานของ Rockstar San Diego ให้ไปช่วยพัฒนาซีรีส์ GTA และ Red Dead Redemption แทน

"ตอนนั้นเหมือนเราไม่เคยได้รับคำชมหรือการยอมรับเลย" คุณ Roberts กล่าว "ในสายตาของทางนิวยอร์ก (สำนักงานใหญ่) คือเกมคุณไม่ใช่ GTA เหมือนเกมเราเป็นลูกเลี้ยงที่ชอบโดนมองข้าม คืองานเราดีนะ งานเราระดับโลก แต่มันไม่เคยสำคัญเลยในสายตาพวกเขา มันเป็นอะไรที่ทั้งท้าทายและบั่นทอนจิตใจมากครับ"
อย่างไรก็ตาม Midnight Club ภาคใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาก่อนที่จะถูกสั่งยกเลิกนั้น คุณ Roberts เล่าว่า ตัวเกมอยู่ในช่วงทดสอบสถานที่ใหม่ ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึงกรุงลอนดอนด้วย แต่หาก Rockstar Games ในตอนนี้ยังมีแนวทางเหมือนกับที่คุณ Roberts เล่า เราคงไม่เห็นภาคใหม่ของเกมฟอร์มที่เล็กกว่า GTA หรือ Red Dead Redemption อย่าง Bully, LA Noire, หรือ Midnight Club กันอีกนานเลย ยกเว้นการรีเมค Max Payne สองภาคแรกที่ Remedy กำลังพัฒนาให้ Rockstar อยู่ในตอนนี้

แปลและเรียบเรียงจาก
