มีรายงานล่าสุดว่าทาง Gravity บริษัทผู้ให้บริการเกมซีรีส์ Ragnarok ได้ประกาศต่อสัญญาลิขสิทธิ์ของเกมดังกล่าวไปอีก 30 ปี ทำให้จากสัญญาเดิมที่จะหมดลงในปี 2033 ได้ถูกขยายเพิ่ม และเปลี่ยนวันหมดอายุสัญญาเป็นปี 2063 แทนครับ ซึ่งสำนักข่าวในเกาหลีใต้มีการคาดการณ์ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของ Gravity เป็นกลยุทธ์เพื่อรักษาแหล่งรายได้หลักของพวกเขาในระยะยาวนั่นเอง
ทีนี้ ต้องอธิบายก่อนครับว่า Ragnarok เป็นเกมที่สร้างขึ้นจากมังฮวาที่วาดโดยคุณอี มยอง-จิน (Lee Myung-jin) โดยทาง Gravity มีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้คุณมยองจิน ในฐานะเจ้าของผลงานต้นฉบับ ซึ่งมีการคำนวณจากส่วนแบ่งรายได้และกำไร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,600 - 3,000 ล้านวอนต่อปี (ราว 36 - 67.5 ล้านบาทต่อปี)

ประเด็นดังกล่าว ผู้สื่อข่าวในเกาหลีใต้ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใด Gravity ถึงจำเป็นต้องต่อสัญญายาวนานขนาดนี้ ทั้งที่จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อค่าลิขสิทธิ์ก็มหาศาลขนาดนั้น โดยเหตุผลที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ Gravity ต้องการพึ่งพา IP Ragnarok แบบเบ็ดเสร็จครับ เนื่องจากปีที่ผ่านมา Gravity ทำรายได้จากเกมที่ใช้ IP ของ Ragnarok ได้ถึง 456,400 ล้านวอน (ประมาณ 10,269 ล้านบาท) จากรายได้รวมทั้งหมดจากทุกธุรกิจคือ 560,500 ล้านวอน (ประมาณ 12,611 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 81.4% ของรายได้รวมทั้งหมดเลยทีเดียว
และถ้าย้อนกลับไปในปี 2023 และ 2024 สัดส่วนรายได้จาก IP ของ Ragnarok ก็อยู่ที่ 87.1% และ 82.8% ตามลำดับ เท่ากับว่า Gravity มีรายได้จาก IP Ragnarok เกินกว่า 80% ของรายได้รวมทั้งหมดในบริษัทติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปีแล้ว และปัจจุบัน Gravity ก็แตกไลน์ IP Ragnarok เป็นเกมเวอร์ชั่นต่าง ๆ มากกว่า 10 เกมด้วยซ้ำ

ด้วยความที่รายได้ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเพียง IP เดียวเป็นหลัก จึงมีเรื่องของความเสี่ยงที่ผลประกอบการของบริษัทจะผันผวนไปตามความสำเร็จของ Ragnarok ดังนั้นการต่อสัญญาระยะยาว 3 ทศวรรษเลยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรากฐานทางธุรกิจและการบริการที่มั่นคงในระยะยาวครับ
แปลและเรียบเรียงจาก
