The Legend of Zelda: Ocarina of Time นั้นเป็นเกมระดับมาสเตอร์พีซของซีรีส์ที่กำลังจะวางจำหน่ายภาครีเมคบน Nintendo Switch 2 ในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านั้นตัวเกมเคยถูกรีเมคมาแล้วครั้งหนึ่งบน Nintendo 3DS ในปี 2011 เท่ากับว่านับตั้งแต่เกมเวอร์ชั่นต้นฉบับวางขายบน Nintendo 64 เมื่อ 28 ปีที่แล้ว ตัวเกมได้ถูกรีเมคมาแล้วถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว
ล่าสุดคุณเอย์จิ อาโอนุมะ (Eiji Aonuma) โปรดิวเซอร์ของแฟรนไชส์ The Legend of Zelda ได้ให้สัมภาษณ์ลงเว็บไซต์ทางการของ Nintendo ถึงประเด็นดังกล่าว โดยเขาบอกว่าปีนี้เป็นวาระครบรอบ 40 ปีของเกมซีรีส์นี้ ดังนั้นเขาจึงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะสร้างขึ้นมาในฐานะโปรดิวเซอร์ของซีรีส์ อีกทั้งมีสมาชิกในทีมจำนวนมากเพิ่งจะมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับเขาก็เพียงภาคล่าสุดนี้เท่านั้น ทำให้ตัวเขาเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า พวกเขาเหล่านั้นเข้าใจจริง ๆ หรือเปล่าว่า The Legend of Zelda: Ocarina of Time มีความสำคัญมากแค่ไหนต่อตัวซีรีส์ในภาพรวม

ทั้งนี้ คุณอาโอนุมะมองว่าการได้เรียนรู้โครงสร้างเกมและสไตล์การพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง The Legend of Zelda: Ocarina of Time เวอร์ชั่นต้นฉบับ รวมถึงการได้ลงมือสร้างมันขึ้นมาใหม่แบบเต็ม ๆ อีกครั้ง อาจช่วยจุดประกายมุมมองใหม่ ๆ ที่พวกเขาสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาเกมอื่น ๆ ในอนาคตได้ หากพวกเขาทำเช่นนั้นได้สำเร็จ เขาคิดว่ามันจะมีคุณค่าอย่างมหาศาล และตอนนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะกลับมารีเมค The Legend of Zelda: Ocarina of Time อีกรอบครับ
นอกจากนั้นแล้ว คุณอาโอนุมะยังอธิบายเพิ่มเติมว่า มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ถูกนำมาพิจารณาตอนที่ตัดสินใจรีเมค The Legend of Zelda: Ocarina of Time ลงบน Nintendo Switch 2 โดยทีมงานต้องการให้ผู้เล่นที่คุ้นเคยกับโครงสร้างแบบโอเพ่นเวิลด์ของภาค Breath of the Wild และ Tears of the Kingdom รวมถึงได้สนุกการดำเนินเรื่องไปตามการผจญภัยและเรื่องราวที่มีจังหวะจะโคนซึ่งถูกวางมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเป็นการค่อย ๆ ทำให้ผู้เล่นได้เรียนรู้และทำความเข้าใจในเนื้อเรื่องไปทีละขั้นตอนตลอดการผจญภัยนั่นเอง

แปลและเรียบเรียงจาก
