ผู้สร้าง Dragon Quest ขึ้นแท่นทูตการท่องเที่ยวเมืองญี่ปุ่น หลังผลงานเกมเก่าช่วยปลุกกระแสท่องเที่ยวให้คึกคัก

Online Station
2 เดือนที่แล้ว44

ถือเป็นเรื่องราวสุดประทับใจเมื่อคุณ Yuji Horii ผู้สร้างซีรีส์เกมระดับตำนานอย่าง Dragon Quest ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตการท่องเที่ยวประจำเมืองอาบาชิริ (Abashiri) จังหวัดฮอกไกโด เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา แต่ที่น่าสนใจคือตำแหน่งนี้ไม่ได้มาจากผลงานเกม RPG อันโด่งดัง แต่มาจากเกมแนวสืบสวนสอบสวนสุดคลาสสิกที่เขาสร้างไว้เมื่อปี 1984 อย่าง "The Hokkaido Serial Murder Case: The Okhotsk Disappearance" ต่างหาก

Dragon Quest

โดยทางเมืองอาบาชิริเล็งเห็นว่าเกมดังกล่าว รวมถึงตัวเกมเวอร์ชันรีเมคในปี 2024 อย่าง "The Hokkaido Serial Murder Case The Okhotsk Disappearance ~Memories in Ice, Tearful Figurine~" นั้นมีอิทธิพลช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างมาก เนื่องจากมีตัวเมืองเป็นสถานที่ดำเนินเรื่อง ทำให้แฟนเกมจำนวนมากหลั่งไหลเดินทางมาตามรอยสถานที่จริงกันอย่างคึกคัก

สำหรับ The Hokkaido Serial Murder Case ถือเป็นเกมลำดับที่ 2 ในไตรภาคเกมแนวสืบสวน (Mysteries Trilogy) ของคุณ Horii ซึ่งเป็นภาคถัดจาก The Portopia Serial Murder Case (เกมที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Hideo Kojima เข้าสู่วงการเกม) และปิดท้ายด้วย Karuizawa Yūkai Annai โดยจุดเด่นของไตรภาคนี้คือการใช้สถานที่จริงในญี่ปุ่นเป็นฉากหลัง ซึ่งภาคฮอกไกโดนี้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ คุชิโระ อาบาชิริ ชิเรโตโกะ และมอนเบ็ตสึ

The Hokkaido Serial Murder Case เวอร์ชันดั้งเดิม (ซ้าย) และเวอร์ชันรีเมค (ขวา)

เนื่องจากเกมนี้มีอิทธิพลต่อกระแสการท่องเที่ยวของเมืองอาบาชิริเป็นอย่างมาก ทางเมืองจึงได้จัดกิจกรรมร่วมกับเกมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟท่องเที่ยว "Ryuhyo Monogatari" ของ JR Hokkaido ที่คอลแลบบอเรชันกับเกมโดยเฉพาะ หรือตุ๊กตา "Nippopo" ซึ่งเป็นไอเทมสำคัญในเกม ก็กลายเป็นของที่ระลึกยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อติดมือกลับไป นอกจากนี้ยังมีทัวร์พบปะแฟนเกมเพื่อเรียนรู้ความเชื่อมโยงระหว่างเมืองกับเนื้อเรื่อง ซึ่งคุณ Horii เองก็ได้เข้าร่วมทัวร์ในปี 2024 เพื่อฉลองการวางจำหน่ายเวอร์ชันรีเมคด้วยเช่นกัน

ในพิธีรับมอบใบประกาศแต่งตั้งและนามบัตรประจำตำแหน่ง คุณ Horii ได้กล่าวความรู้สึกว่า "ไม่มีอะไรทำให้ผมมีความสุขไปกว่าการได้ยินว่าเกมแนวผจญภัยมีส่วนช่วยพลิกฟื้นภูมิภาคหนึ่งได้ ผมดีใจมากที่แฟน ๆ มาเที่ยวและอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นมากมาย การได้รู้ว่าเกมที่ผมพัฒนาเป็นประโยชน์และสร้างความสุขให้ผู้คน ทำให้ความพยายามทั้งหมดนั้นคุ้มค่าจริง ๆ"

Dragon Quest

นอกจากนี้เขายังระลึกความหลังเมื่อครั้งเดินทางมาฮอกไกโดครั้งแรกในปี 1983 เพื่อหาข้อมูลทำเกม โดยมีอาบาชิริเป็นจุดหมายสุดท้าย ซึ่งเขาได้ไปเยี่ยมชมเรือนจำอาบาชิริและพบกับตุ๊กตา Nippopo จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของเกม และเมื่อกลับมาอีกครั้งเพื่อทำภาครีเมค เขาก็ประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงที่สวยงาม ทั้งพิพิธภัณฑ์เรือนจำและอาหารที่อร่อยราวกับเมืองในฝัน จนเขากล้าการันตีว่าอาบาชิริคือเมืองที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่าสื่อวิดีโอเกมไม่ได้ให้เพียงความบันเทิง แต่ยังสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจและกลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับท้องถิ่นได้อย่างเหนียวแน่นแม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 40 ปีก็ตาม

แปลและเรียบเรียงจาก
Automaton Media