คุณโมโตอิ โอคาโมโตะ (Motoi Okamoto) โปรดิวเซอร์ผู้ดูแลเกมซีรีส์ Silent Hill กับคุณมาโคโตะ ชิบาตะ (Makoto Shibata) ผู้ให้กำเนิดเกมซีรีส์ Fatal Frame ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Dengeki Online ถึงประเด็นเกี่ยวกับเกมแนวสยองขวัญญี่ปุ่นในภาพรวม ซึ่งมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าเกม Fatal Frame แต่ละภาคมักจะมีตัวเอกเป็นผู้หญิง อีกทั้งเกม Silent Hill f ที่มีการย้ายสถานที่จากเมือง Silent Hill มายังประเทศญี่ปุ่นก็ใช้ตัวเอกเป็นผู้หญิงเช่นกัน เลยเกิดเป็นประเด็นที่น่าสนใจที่นำมาพูดถึงในบทสัมภาษณ์ครับ
ทั้งนี้ เกม Silent Hill f กับ Fatal Frame ต่างก็มีไทม์ไลน์เหตุการณ์อยู่ช่วงยุคโชวะ (ปี 1926-1989) เพียงแต่เหตุผลในการเลือกสถานที่มาใช้นั้นจะแตกต่างกัน โดยคุณชิบาตะกล่าวว่ากรณีของ Fatal Frame จะเป็นยุคก่อนที่จะมีโทรศัพท์มือถือใช้ไม่นานนัก หรือราวยุคทศวรรษ 1980 แต่ในเคสของ Silent Hill f จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านานกว่านั้น หรือราวยุคทศวรรษ 1960 ซึ่งคุณโอคาโมโตะมองว่ายุคสมัยก่อนนู้น การที่จะจินตนาการว่าโยไค (ภูตผี) นั้นมีอยู่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรนัก เพราะผู้คนยุคนั้นยังเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติกันอยู่

ถัดมาเป็นเรื่องของประเด็นสิทธิสตรี โดยคุณโอคาโมโตะกับคุณชิบาตะได้แสดงความเห็นว่าตัวละครหญิงมักจะได้รับบทตัวเอกและตัวร้ายในภาพยนตร์สยองขวัญญี่ปุ่นอยู่เสมอ ซึ่งฝั่งของ Silent Hill f จะเล่าเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในชีวิตคู่ ยุคที่การคลุมถุงชนยังเป็นเรื่องปกติ และมีความเกี่ยวพันกับการถูกกดขี่ของผู้หญิง สอดคล้องกับกระแสการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิทางสังคมของผู้หญิงที่กำลังเติบโตตั้งแต่ยุค 60 เป็นต้นมา เช่นเดียวกับ Fatal Frame ที่บรรดาผีผู้หญิงในเกมมักถูกจินตนาการว่าขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเป็นคนที่ไร้เดียงสา แต่ต้องมาทุกข์ทรมานจากการถูกกดขี่ก่อนจะเสียชีวิต พวกนางอาจจะอ่อนแอทางร่างกาย แต่พอเป็นวิญญาณแล้ว มันทำให้พวกเธอดูมีความแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวได้เป็นพิเศษ
ในเมื่อศัตรูที่อยู่ตรงหน้าผู้เล่นเป็นผีที่ไม่สามารถต่อสู้ด้วยพละกำลังได้ ตัวเกม Fatal Frame เลยกำหนดให้ตัวเอกต้องเรียนรู้เกี่ยวกับผี ทำความเข้าใจพวกมัน และอาศัยจังหวะที่เข้าล็อกเพื่อจัดการพวกนางให้อยู่หมัด แต่หากใช้ตัวเอกเป็นผู้ชาย มันจะทำให้ทิศทางของเกมกลายเป็นการไล่ยำผี ที่ดูยังไงก็น่าจะชนะแน่นอน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมซีรีส์นี้ถึงยึดติดกับการใช้ตัวเอกหญิงนั่นเอง

ทั้งคู่กล่าวเสริมต่อไปว่า ความสยองขวัญอีกรูปแบบหนึ่งคือความคิดที่ว่าความแค้นสามารถคงอยู่ได้แม้กระทั่งหลังจากที่คน ๆ นั้นถูกฆ่าไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกดขี่ ซึ่งคุณโอคาโมโตะได้โยงไอเดียนี้เข้ากับ โออิวะ (Oiwa) หญิงสาวจากตำนานผีโยทสึยะ (Yotsuya Kaidan) หนึ่งในเรื่องผีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้มีความน่ากลัวเป็นพิเศษเพราะมันเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องเล่าในโลกแห่งความเป็นจริงเกี่ยวกับ "คำสาป" ในแง่ที่กว้างขึ้น อีกทั้งพลังแห่งการแก้แค้นของผู้หญิงจากการถูกกดทับในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหนังหรือเกมสยองขวัญของญี่ปุ่นก็ว่าได้
แปลและเรียบเรียงจาก
