ใครที่กำลังรอคอยการสัมผัสความคลาสสิกของ The Witcher ในฉบับรีเมกอาจจะต้องอดใจรอกันอีกสักพักใหญ่ เพราะล่าสุดทางค่าย CD Projekt Red ได้ออกมายืนยันแล้วว่าโปรเจกต์ The Witcher Remake กำลังถูกระงับการพัฒนาไว้ชั่วคราว เพื่อให้ทีมงานสามารถใช้เวลาสร้าง The Witcher 4 รวมไปถึงเนื้อหาเสริมตัวใหม่ของ The Witcher 3 ได้อย่างเต็มที่
โดยทีมพัฒนา Fool's Theory ซึ่งรับหน้าที่ดูแลโปรเจกต์รีเมกภาคแรกนั้น ขณะนี้กำลังง่วนอยู่กับการช่วยพัฒนา The Witcher 4 และภาคเสริม Songs of the Past ของ The Witcher 3 การสร้างเกมฉบับรีเมกจึงต้องหยุดชะงักลง โดยทางสตูดิโอได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันเรื่องนี้กับเว็บไซต์ GameSpot ว่า สาเหตุหลักที่ต้องเลื่อนภาครีเมกออกไป เพราะตัวเกมจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและรากฐานที่กำลังสร้างขึ้นสำหรับ The Witcher 4 ทำให้ทีมพัฒนาต้องรอให้ภาค 4 คืบหน้าไปมากพอก่อน จึงจะสามารถนำเครื่องมือและทรัพยากรต่าง ๆ ที่พร้อมแล้ว มาใช้งานกับภาครีเมกได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แฟนเกมไม่จำเป็นต้องกังวลว่าโปรเจกต์นี้จะถูกยกเลิก เพราะการที่ Fool's Theory เข้าไปช่วยงานใน The Witcher 4 นั้นถือเป็นการทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือและกระบวนการทำงานใหม่ ๆ ก่อนที่จะกลับมาลุยงานรีเมกต่อ
ทั้งนี้ The Witcher Remake ที่ประกาศเปิดตัวไปเมื่อปี 2022 จะถูกสร้างขึ้นใหม่ให้เป็นเกมแนวโอเพนเวิลด์ พร้อมกับตัดทอนหรือปรับปรุงเนื้อหาในเกมต้นฉบับที่ทีมงานรู้สึกว่าดูล้าสมัยหรือทำออกมาไม่ดีพอออกไป
ท้ายที่สุดแล้ว ดูเหมือนว่าเราคงจะไม่ได้เห็น The Witcher Remake ออกมาให้เล่นกันก่อนปี 2028 อย่างแน่นอน เนื่องจากทาง CD Projekt Red ตั้งเป้าที่จะวางจำหน่าย The Witcher 4 ในปี 2028 พร้อมวางแผนปล่อยเกมไตรภาคใหม่ให้ครบภายในช่วงเวลา 6 ปีนับจากวันวางจำหน่ายภาค 4 ซึ่งภาครีเมกก็น่าจะเข้ามาคั่นกลางระหว่างภาค 4 และภาค 5 เพื่อให้แฟน ๆ ได้มีเกมเล่นกันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากเกมในซีรีส์ The Witcher แล้ว ทางค่ายยังมีโปรเจกต์อื่น ๆ ที่กำลังซุ่มพัฒนาอยู่อีกมากมาย รวมถึง IP ใหม่แกะกล่องในโค้ดเนม Project Hadar ที่แม้จะยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมามากนัก แต่ทางค่ายก็ยืนยันว่ากำลังเร่งรับสมัครพนักงานเพิ่มและอยู่ในช่วงจัดทำเกมรุ่นต้นแบบ
แปลและเรียบเรียงจาก
IGN
