ผู้บริหารปู่นินเผย ยอดขายที่ย่ำแย่ของ GameCube ช่วยกระตุ้นให้ Wii กับ DS ปังได้

Online Station
3 สัปดาห์ที่แล้ว8

ย้อนกลับไปในปี 2001 ณ เวลานั้นทาง Nintendo ได้ออกวางจำหน่ายเครื่อง GameCube ออกมาเพื่อชนกับ PlayStation 2 (PS2) ที่เป็นเครื่องของค่ายคู่แข่งอย่าง Sony หลังจากที่พวกเขาเคยพ่ายแพ้มาก่อนแล้วในเจเนอเรชั่นก่อนหน้าที่ Nintendo 64 ปะทะกับ PlayStation (PS1) ด้วยความหวังที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้นำตลาดคอนโซลอีกครั้ง แต่สุดท้ายปู่นินก็ต้องพบกับความปราชัยอีกรอบ แถมยังเป็นความพ่ายแพ้แบบขาดลอยด้วยยอดขายเพียง 21.74 ล้านเครื่องทั่วโลก เมื่อเทียบกับฝั่ง PS2 ที่ทำยอดขายไปได้ 160.63 ล้านเครื่อง ดังนั้น Nintendo จึงจำเป็นจะต้องหาจุดกระตุ้นหรือจุดเปลี่ยนอะไรสักอย่างเพื่อดึงพวกเขากลับมายืนอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นให้ได้ ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จในเจเนอเรชั่นถัดมาด้วยเครื่อง Nintendo Wii และเครื่องพกพาอย่าง Nintendo DS ครับ

Nintendo

ล่าสุดคุณชิเงรุ มิยาโมโตะ (Shigeru Miyamoto) หนึ่งในผู้บริหารของปู่นินได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Famitsu สื่อเกมชื่อดังของญี่ปุ่นถึงประเด็นนี้ในอดีต โดยเนื้อหาช่วงหนึ่งระบุว่าคุณซาโตรุ อิวาตะ (Satoru Iwata) อดีตประธานปู่นินในขณะนั้นได้มองว่ายอดขายที่ไม่ดีของ GameCube มีที่มาจากทัศนคติเชิงลบของผู้คนที่มีต่อการเล่นเกม ดังนั้นเครื่องคอนโซลและเครื่องเกมพกพาของ Nintendo ที่จะออกมาหลังจากนี้จะต้องมีเป้าหมายหลักคือเน้นดึงดูดผู้เล่นสายแคชชวลที่ไม่คุ้นเคยกับการเล่นวิดีโอเกมด้วย จนออกมาเป็น Nintendo Wii ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาดคอนโซลเจเนอเรชั่นที่ 7 โดยมียอดขายแซงหน้า PS3 และ Xbox 360 ที่เป็นคู่แข่งในเจนเดียวกัน ขณะที่ Nintendo DS ก็กลับมามียอดขายปังอีกรอบ หลังจาก Game Boy Advance ที่เป็นเครื่องพกพาเจนก่อนหน้ามียอดขายที่ลดลงหลังจากพ้นยุค Game Boy / Game Boy Color 

Nintendo

ในส่วนของการมุ่งเน้นเกมเมอร์สายแคชชวลนั้น Wii ได้บุกเบิกการเล่นที่เน้นแบบครอบครัวด้วยการควบคุมแบบโมชั่นคอนโทรลผ่าน Wiimote ส่วนฝั่งของ Nintendo DS เองก็พลิกโฉมการเล่นด้วย 2 จอแสดงผล พร้อมด้วยปากกา Stylus ที่ไว้ใช้สัมผัสหน้าจอเพื่อเล่นเกมแบบแคชชวลที่เป็นมิตรกับผู้เล่นมากขึ้นนั่นเอง ซึ่ง Wii กับ DS ต่างทำยอดขายถล่มทลายด้วยจำนวน 101.63 ล้านเครื่อง และ 154 ล้านเครื่องตามลำดับ

แปลและเรียบเรียงจาก

Famitsu / Insider-gaming